[Fic]Mafia Baby!(1827) PG-13 :: ตอนที่ 1
posted on 27 Oct 2009 14:00 by happy-famigliaTitle: Mafia Baby!
Genre : Romance , Comedy and very เสื่อม
Rating : PG-13
Pairing : Hibari x Tsuna (1827)
Author : chomexchome
Illustrator : kanonloli
**ชี้แจงสักนิดก่อนอ่าน**
-นี่เป็นภาคต่อของวาเลนไทน์ไวทเดย์ค่ะ (หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ 空と雲の関連性
soratokumonokanrensei ) ถึงใครยังไม่เคยอ่านก็รับรองว่าไม่งงชัวร์ กรั่กๆ
-ส่วนภาคแรกจะทยอยลงให้ค่ะ หรือจะสั่งซื้อก็ได้ค่ะเพราะมีเป็นรูปเล่ม(ตั้งนาน ''OTL)แล้ว
ตัวอย่างปกค่ะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ความเดิม (เมื่อเล่ม 1)
::ตอนที่ 1::
กันด๊ามมม กันดั้มมม
มึนหัว....หิวน้ำ....ไหล่แข็ง....คอเคล็ด
นั่นคือสี่ชุดแรกที่พ่อคนบาดเจ็บสาหัสเฉียดตายใกล้ ICU รู้สึกเมื่อฟื้นขึ้นในห้องพิลึกห้องหนึ่ง ดวงตาสีนิลกวาดมองไปรอบกายอย่างเบลอๆ
ก่อนสายตาจะไปจ๊ะเอ๋กับเหล่ากองโมเดลที่เล่นจนพัง กับตู้กระจกที่เต็มไปด้วยหนังสือฮาวทูบายเน็นดร๋อยอย่างถูกเฉียดร้อยเล่ม
จากนั้นที่รู้สึกได้ก็คือหนัก...อึดอัดเหมือนโดนกุมารทองนั่งทับ ครั้นพอเหลือบไปมองว่าอะไรมันมากองอยู่ตรงซิกแพค 8 ลูก ก็ค้นพบว่าเป็นหัวมนุษย์ลิงน้อยตัวหนึ่งที่อายุอานามคงราวขวบถึงสองขวบกว่า กำลังหลับสนิท พลางซุกไซร้หัวไปมาแถวสะดือด้านขวาของเขาอย่างมันส์ในอารมณ์
ท่าทางจะฝันว่าขูดหวย
“..................”
ฮิบาริถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ยิ่งเมื่อจดจำเหตุการณ์ที่เกียรติอันสูงค่าของเขาต้องระเบิดตูมกลายเป็น โกโก้ครั๊นซ์ท่ามกลางสายฝน เพราะถูกเจ้าสัตว์กินพืชเฮงซวยและลูกชู้ขนาดมินิของมันหิ้วปีกมารักษาตัวยัง ห้องรกๆแห่งนี้แล้วก็ยิ่ง...
ป้าบ…!
เสียงตะปบเหยื่อของพ่อสัตว์กินเนื้อดังขึ้นเข้าให้ที่กระหม่อมน้อย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ามือพ่อนี้จะทำให้มันจะตื่นจากนิทราและยุรยาตรไสดากออกไปให้ไกลจากตัวเขา
ไม่ใช่แค้นตัวพ่อแล้วมาลงกับลูกหรอกนะ ก็แค่คนมันร้อน ....หึ
เฮียแกหึออกมาโดยไม่สนภาพลักษณ์หล่อแล้วต้องรักเด็กแต่อย่างใด หากก่อนกรรมเวรที่ลอบทำร้ายลูกชาวบ้านเขาจะติดจรวดสนองทันควัน ทันใดพอได้สังเกตถึงขนาดมือของตัวเองตรงหน้านั้น ก็ชักจะรู้สึกว่ามันมีขนาดเล็กลงผิดปกติ....ผิด....มาก มาก...
อะไรกัน??
“......อึ้ยย!” พ่อหนูตัวน้อยน่ารักไม่ทิ้งจังหวะให้ไอ้คนโหดคลี่คลายคดีขนาดมือมันแต่อย่างใด งัวเงียตื่นขึ้นมาพลางลูบหัวตัวเองป้อยๆ ก่อนจะเหลือบขึ้นมองดูพี่ชายที่พึ่งฟื้นขึ้นมากำลังนอนเป็นหุ่นขี้ผึ้งตา ค้างในท่าปรางค์ห้ามญาติ “พี่ชายฟื้นแล้วเหรอคับ?”
....ไร้สัญญาณใดๆจากพี่ชายที่หนูเรียก...
พ่อหนูเห็นแบบนั้นก็วอเรียกคนเป็นพ่อทันที
“สึน้า~~!!! พี่ชายกลายร่างเป็นกันดั้มไปแล้วววววว”
เท่านั้นแหละ ไอ้คนเป็นพ่อที่กำลังวุ่นวายกับการตระเตรียมอาหารเย็นชุดคุณหนูในครัวก็วิ่งตักๆขึ้นมาชั้นบน พร้อมอุปกรณ์เตรียมซ่อมด้วยความไวแสง
“โมเดลพังอีกแล้วเหรอลูก!!?” ถามขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองห่วงไปคนละเรื่องทันทีที่ได้เห็นเด็กชายปริศนาที่ช่วยชีวิตมาเมื่ออาทิตย์ก่อนฟื้นคืนสติ ทว่ากลับต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการแลคของมัน “เฮ้ เจ้าหนูเป็นอะไรไปน่ะ??”
กันดั้มฮิบาริยังห้ามญาติอยู่ท่านั้น หาได้กดว.วิทยุตอบกลับใดๆไม่ เขากำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด หัวสมองกำลังลำดับเรื่องราวโดยไม่สนใจไอ้คู่พ่อลูกที่นั่งเขย่าตัวมันไปมาด้วยความเป็นห่วง
...เขาโดนเล่นงาน...ไม่สิ...มันเรียกได้ว่าเป็นการลอบกัดมากกว่า
ย้อนกลับไปเมื่อวันเกิดเหตุ
เวลานั้น ศัตรูได้เอาวิกทรงรีเจ้นท์มาใส่แถมยังโบกเจลล์ที่มีกลิ่นเดียวกับคุซาคาเบะ ทำให้เขาที่กำลังเซ็นเอกสารเพลินๆอยู่เผลอนึกว่าลูกน้องคนสนิทจรลีเข้ามาเสิร์ฟทีไทม์ มือแกร่งจึงตวัดรับถ้วยชามาจากมันตามปกติ ทำให้เจ้านักฆ่ากระหยิ่มยิ้มย่อง สบโอกาสนั้นฝ่าปราการด่านสุดท้ายของท่านชายเข้าเตรียมกระซวกเขาทีเผลอ!
สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
แต่สุภาษิตนั้นกลายเป็นหมันเมื่อมาพบกับพี่แก!
=ฮิบาริ Inw จุติ เคียวยร้าาาาา=
(แม่ยกระเบิดตัวตาย)
ในขณะที่ศัตรูเจ้าของรีเจ้นท์กลิ่นมะนาว(เหมือนของคุซะ) กำลังเงื้อง่าจะเสียบกริชปริศนาทะลุยอดอก ทอนฝาผีสิงคู่ใจก็ตวัดซัดวูบเข้าให้ที่คอหอยมันจนหงายหลัง ลิ้นจุกปากแดดิ้นไปในทันที
หึ...ไม่ว่าใครก็หาได้ทำร้ายฮิบาริ เคียวยะผู้นี้ได้ไม่!!
อูอา...คิดมาถึงตรงนี้แล้วพ่อกันดั้มก็ช่างภูมิใจในอะบิลิตี้ตนยิ่งนัก!!
....มันดิ้นพะงาบอยู่ต่อหน้าเขา แน่นอนว่าศัตรูแบบนี้คงต้องฉวยจังหวะก่อนที่มันจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย สอบถามถึงที่มาที่ไปและผู้บงการที่อาจหาญมาแหย่หนวดสิงห์ แต่เรื่องเล็กๆและยุ่งยากพรรค์นั้นคงไม่ต้องถึงมือเขาอย่างเคยเมื่อพ่อมือขวาตัวจริงได้เปิดประตูห้องเข้ามาด้วยสีหน้าตระหนกตามคำเรียกร้อง!
“คุณเคียวครับ!!! เกิดอะไร....”
ป้าบ
พูดยังไม่ทันลิ้นจะหยุดกระดก เสียงรองเท้าเบอร์ 45 ที่ดันไปสะดุดหัวพ่อนักฆ่าที่นอนอืดอยู่บนพื้นก็ดังขึ้น แรงโน้มถ่วงโลกฉุดดึงให้คุซาคาเบะบัดดลเสียศูนย์ เสียบรีเจ้นท์ที่แข็งยิ่งกว่าลูกน้องคนไหนลงบนพุงมันจังเบ่อเร้อ
โอ้ก....
หากผลของเอฟเฟคตระการตาไม่ได้มีพียงเสียงลิ้นปี่ทะลุเท่านั้น เมื่อจู่ๆทฤษฎีศพกระตุกในดิสคัฟเวอร์รี่มีมาให้เห็นกันจะๆ เมื่อจู่ๆกริชปริศนาอาบยาพิษของพ่อนักฆ่าดันดิ้นหลุดจากมือได้จังหวะ บัดดลพุ่งเฟี้ยวขึ้นไปเฉี่ยวคอหอยของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร
.
.
.
.
.
.
.
.
นั่นคือสีหน้าสุดท้ายของคุซาคาเบะ เท็ตสึยะ ที่เจ้านายมันอย่างเขาจำได้ก่อนที่จะรู้สึกประดุจดั่งตนกำลังขับสไตร์คฟรีด้อมในภาวะเมล็ดงอก (ซี้ดแตก) แล้วไล่ฆ่าพวกเดียวกันเองอย่างเมามันส์
นึกมาถึงตรงนี้ฮิบาริถึงพึ่งระลึกชาติได้ว่า
เพราะเหตุใดทำไมถึงไม่มีลูกน้องคนไหนมานัดรอตนอยู่ที่จุดนัดพบ
“....................”
หึ...ช่างเป็นการลอบกัดที่ได้ผลจริงๆ!!!
(ม่ายช่ายยยยยย)
“แย่แฮะ สงสัยต้องเอาไปเช็คสมองด้วยซะแล้ว” ถ้อยคำด่ากรูชัดๆดังขึ้นข้างหูให้คนด้านไม่ไหวจะเคลียร์ถึงกลับเรียกสติกลับคืนสู่ปัจจุบัน
“เช็คสมองคืออะไรอ่ะคับ สึนะ” คนเป็นลูกเอียงคอถาม
“ก็คือตรวจสภาพหัวของพี่ชายเค้าว่าน้ำในหูเท่ากันดีมั้ยน่ะ” พอคนเป็นพ่อมั่วหัวมาชนหูได้ปุ๊บ ก็ทำการรวบตัวลูกรักขึ้นมาเล่นสู้งสูงงง “นี่แน่ะ! พ่อบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้พ่อเรียกว่า ‘พ่อ’ น่ะ!!”
“สึนะ สึนะ กันดั้มๆๆๆ” เจ้าหนูหัวเราะเอิ๊กอ๊าก กางมือกางเท้าให้คนเป็นพ่อจัดการอุ้มโฉบร่างเล็กๆของเขาไปมาด้วยความสนุกสนาน
“ไม่ใช่สึนะซะหน่อย” ว่าแล้วก็ลงโทษต่อการที่เจ้าลูกรักมันบังอาจเรียกชื่อห้วนๆด้วยการแลนด์ดิ้ง ร่างกระปุ๊กลุกลงสู่พื้นห้อง ก่อนจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงจนเด็กน้อยยอมแพ้ แต่ยังไง๊ ยังไงมันก็ไม่ยอมหลุดปากเรียกเขาว่าพ่อซะที หากก่อนที่จะได้บังคับกันต่อตามกิจวัตรกิจเวรของพ่อลูกคู่นี้ นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ก็หันไปเห็นว่าไอ้เด็กคนที่เขาช่วยมากำลังพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
“เจ้าหนู อย่าเพิ่งรีบลุกแบบนั้นสิ” เขาว่าพลางเดินเข้าไปจะช่วยประคอง ทว่า...
ผัวะ!
มือเล็กๆของฮิบาริในร่างเด็กวัย 9 ขวบจัดสเต็บเทพตบปฏิเสธความช่วยเหลือจากมือของสึนะอย่างไม่ไยดี นัยน์ตาสีนิลแม้จะดูอ่อนเยาว์หากประกายแห่งแรงแค้นและความหงุดเงี้ยวอันฝัง ลึกเล่นเอาผู้ใหญ่ใจดีถึงกับ...
ป้าบ!!!
ดีดติ่งหูกลับฉับพลัน!
“ใครสั่งใครสอนให้ลงมือกับผู้มีพระคุณน่ะหา!!!?”
ความเจ็บหูจิ๊ดกับเสียงสั่งสอนดังลั่นเล่นเอาคนเพิ่งฟื้นจากความตายถึงกับโหลดข้อมูลไม่ทัน ฮิบาริฉบับเด็กเกรียนเริ่มรู้สึกเออเร่อทันใด หากก่อนที่จะได้ตั้งตัวทันกับความกล้าหือของไอ้ปลาง่อยอดีตเบ้ ก็พบว่าร่างกายของตนโดนจับกดให้นอนลงบนฟูกอีกครั้ง
“เป็นเด็กเป็นเล็กริอาจใช้กำลัง เดี๋ยวจับมัดซะเลยดีมั้ย?” อดีตพี่เลี้ยงเด็กปัจจุบันพ่อคนบ่นพลางจับผ้านวมห่มให้กับเจ้าเด็กไร้มารยาทจนมันแทบกลายเป็นลูกหนอนชาเขียว “วันนี้นายพักผ่อนต่อซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะพาไปหาหมอ”
ฮิบาริที่ตั้งสติได้แล้วขมวดคิ้วซะจนแทบจะผูกเงื่อนพิรอดบนหน้าได้ หงุดหงิดหาใดจะปาน เคยได้ยินไหมว่าถึงจะเล็กแต่ก็พริกขี้หนูเรียกทวด ปากเรียวจุ๋มจิ๋มจึงอ้าขึ้นหวังจะตอบโต้สิ่งใดออกไปบ้างเดี๋ยวจะหาว่าต่อยก่อนเตือน
แต่ทว่า...
“.........???” พะงาบ พะงาบ เป็นสัญญาณว่าลำโพงพัง เล่นเอาคนเสียงหล่อถึงกับเหงื่อเล็ดเป็นหย่อมๆ
เสียงหายไปไหน!!?
“หมอบอกว่าเพราะบาดแผลที่คอนั่นทำให้กล่องเสียงของนายบาดเจ็บไปด้วย”
คนฟังลูบคอตัวเองแผ่วเบา คาดไม่ถึงเลยว่าแค่โดนมีดบินเฉี่ยวไปหน่อยถึงกับใบ้แดรกได้ขนาดนี้
หรือว่าที่เขาตัวหดลงจะเป็นเพราะมุขนี้ด้วยเหมือนกัน??
จากนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อยยอมรับสภาพตัวเองได้ในทันที เห็นสีหน้าของเด็กน้อยที่บรรลุสัจธรรมสัตว์โลกภายใน 0.01 วินาทีก็เล่นเอาสึนะนึกทึ่งไปมิใช่น้อย
“ไม่ใช่อาการถาวรหรอกน่า” คนโตกว่า ณ ขณะนี้ว่าพลางจับมือกระจิ๋วของลูกชายตบลงบนผ้านวมเบาๆราวปลอบใจ “ถ้านายว่าง่ายๆยอมกินยากับไปหาหมอน่ะนะ”
“น่ะเน้อ~” เจ้าตัวเล็กตบปั่บๆยิ้มร่า
โอแม่เจ้า...
ออร่าครอบครัวสุขสันต์แม้ไร้ฉันข้างกายช่างเปล่งประกายให้น่าน้อยใจยิ่ง เล่นเอาเจ้าเด็กหัวดำต้องนอนหันหน้าไปทางอื่นทันที เก็บมือเม้มปากสุดฤทธิ์ไม่ให้กระโดดกัดคอหอยพวกมันจนตายหมู่
ด้านผู้ใหญ่ใจบุญที่ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับมัน เห็นแบบนั้นแล้วก็อยากตอบโต้ให้ได้เลิกซ่าอีกสักรอบ แต่พอคิดว่านี่น่ะเป็นลูกชาวบ้านเขาก็พยายามยั้งใจไม่ไปสแครชไข่มันสุดๆ
จริงสิ...หมอนี่มันเด็กที่ไหน
พ่อแม่เป็นใคร ลูกไผเล่าเต้ากันหว่า??
“เจ้าหนู ถึงจะพูดไม่ได้แต่พอจะเขียนอะไรได้มั่งหรือเปล่า?” แต่มันก็ยังไม่หันมาสนใจอยู่ดี...อดทนไว้ญาติโยม... “พอดีตอนที่ช่วยนาย ข้าวของของนายมันปลิวหายไปกับพายุไต้ฝุ่นไปแล้ว เพราะงั้น...ถ้าเขียนหนังสือพอเป็นล่ะก็ ช่วยเขียนบอกทีว่าพ่อแม่นายเป็นใคร มีญาติคนไหนที่ใกล้ชิดมั้ย ฉันจะได้ติดต่อให้คนพวกนั้นมารับนายไง”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ก็หันไปมองลูกชายสุดที่รักที่นั่งอยู่ข้างๆ ...เขาคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเด็กคนนี้หายไปแล้วตัวเองจะเป็นยังไง
“ฉันคิดว่าป่านนี้พ่อกับแม่ของนายคงเป็นห่วงแย่แล้ว...”
น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนมากกว่าที่เคยได้ยินจากใครทำให้คนดื้อดึงต้องลอบหันไปมอง
ก่อนจะรู้สึกเจ็บใจตัวเองไม่ใช่น้อยเมื่อพบว่าความละมุนละไมนั่น แท้จริงแล้วมีให้กับเด็กน้อยที่อยู่ข้างกายเท่านั้น
...ไม่ใช่ตน
นั่นสิ...
มันไร้สาระจริงๆที่จะยังคงอยู่ที่นี่ต่อ
ไม่มีความจำเป็นอะไรอีกแล้ว...
เห็นเจ้าเด็กแปลกหน้าจ้องมองตัวเองเขม็งแบบนั้น สึนะก็รู้สึกโล่งอกหน่อยที่พ่อหนูแกยอมสนใจสักที ว่าแล้วก็เอื้อมไปหยิบกระดาษกับดินสอยื่นให้อีกฝ่าย
“...ถ้าพอเขียนได้แล้วก็ช่วยบอกชื่อพ่อหรือแม่ของนายก็ได้ แล้วก็เบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะ” ว่าพลางยิ้มเล็กน้อย แต่พอนึกได้ว่าเด็กตรงหน้าบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นน่าจะมีสาเหตุที่ไม่ค่อยดีนัก จากนั้นก็ฉุกคิดขึ้นว่าถ้าหากว่าการกลับไปของเด็กคนนี้อาจจะเป็นอันตรายร้าย แรงถึงชีวิตแล้วล่ะก็...
ทั้งที่อายุแค่เท่านี้แท้ๆ....
“.......?” มือของผู้ใหญ่ที่ค่อยลูบหัวตัวเองอย่างอ่อนโยนทำให้ฮิบาริที่กำลังจะเขียนอะไรลงไปชะงักงัน
“เอ่อ...ถึงฉันจะบอกให้นายเขียนก็ตามที แต่ว่า...” ดวงตาสีน้ำตาลไหม้จ้องมองไปยังร่างกายเล็กบอบบางของเจ้าหนูวัยไม่ถึงสิบตรงหน้าอย่างปรานี “...ถ้านายลำบากใจที่จะกลับ หรือคิดว่ากลับไปแล้วจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นล่ะก็...”
“อยู่กับพวกเราได้นะคับ พี่ชายกันดั้ม”
เสียงเล็กเอ่ยขึ้นราวกับรู้ใจผู้เป็นพ่อ ทำให้ไอ้คนหลงลูกยิ้มแป้นกับความน่ารักเกินห้ามใจ อดดึงเจ้าตัวเล็กมากอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่ได้ ก็คงมีแต่คนแปลกหน้าผู้โชคร้ายเท่านั้นแหละ ที่มองความอบอุ่นตรงหน้าเป็นดั่งเข็มเย็บผ้านับพันเล่มที่กรีดแทงใจ
ใจแคบ...?
ใช่สิ...
คนใจแคบได้แต่นึกขอบคุณที่ร่างกายตัวเองเล็กลง โล่งอกที่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ อย่างน้อยๆในเวลานี้เขาก็คงไม่สามารถเป็นอะไรได้นอกจากคนใจแคบที่ได้แต่คิดอิจฉา...ได้แต่คิดสาปแช่งไอ้คุณพ่อเห่อลูกตรงหน้าให้ได้พบกับความทุกข์สาหัสหลังจากที่หักหลังเขาได้ลงคอ
โล่งนักที่เขาตอนนี้ทำทุกอย่างได้แค่ในความคิด
โล่งนักที่สภาพตอนนี้ทำให้ตนกลายเป็นได้แค่คนใจแคบ...
ไม่ใช่ คนโหดร้าย...ที่คงจะทำเรื่องร้ายกาจเพื่อทำลายความสุขของซาวาดะ สึนะโยชิให้เป็นผุยผงด้วยแรงอารมณ์ทั้งหมดที่มี
“..............”
ฮิบาริขบกรามแน่น มันคงเป็นกิริยาที่เห็นไม่ได้จากเด็ก 9 ขวบเป็นแน่ หึ...ก็เขาไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่ไร้เดียงสาขนาดไม่รู้อะไรอีกต่อไปแล้ว ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่เขาควรอยู่ด้วยซ้ำไป บ้าจริง...เขาดำดิ่งลงสู่เรื่องราวกวนใจอีกครั้ง เพราะแบบนี้ไงล่ะเขาถึงได้ไม่อยากกลับมาที่นามิโมริ
กลับมาพบกับคนที่ตนได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเป็นคนที่ตนชังน้ำหน้ามากที่สุดในโลก
ไม่ให้อภัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
“จริงสิ เดี๋ยวตอนที่รอให้เจ้าหนูนี่เขียนที่อยู่น่ะ ลูกลงไปกินข้าวเย็นก่อนดีกว่ามั้ย?”
“จะกินพร้อมกับพี่ชายกันดั้ม”
“แต่พี่เขายังเขียนไม่เสร็จเลยนี่นา เคียวยะ”
เสียงเรียกชื่อตนที่ได้ยินทำให้คนกำลังจิตตกขั้นวิฤกตขมวดคิ้ว
“ม่ายยยยย~~~!!”
เขาหูฝาด? หรือว่าเพราะเสียงไอ้เด็กนี่มันมีพิษต่อรูหู?? หากก่อนที่จะได้สงสัยไปมากกว่านั้นเจ้าเด็กตัวเล็กก็กระโดดขึ้นมาบนผ้านวมเขาดังอุ่ก หนำซ้ำยังจับไว้แน่นจนไอ้คนเป็นพ่อต้องออกแรงดึงเตียงแทบโยก เล่นเอาลูกหนอนชาเขียวผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ในผ้านวมอย่างมันแทบกลายเป็นดักแด้!
แต่ถึงเหตุการณ์ในเวลานี้มันจะน่าอนาถและรำคาญแค่ไหน
หากคำตอบที่ได้ยินต่อไปก็ชัดเจนจนลมหายใจกระตุก
“เคียวยะ ปล่อยผ้านวมพี่ชายเค้าสิโธ่!!”
เคียวยะนั่น....ที่แท้เป็นชื่อของเจ้าหนูขูดหวยนี่สินะ... นัยน์ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าของสึนะด้วยความประหลาดใจ ....บังเอิญ....?
หรือว่า....
พึ่บ!!
ที่สุดคนเป็นพ่อก็ดึงเจ้าลูกชายมือตุ๊กแกออกมาจากผ้านวมเป็นผลสำเร็จ ก่อนจะทำการแบกเจ้าตัวยุ่งขึ้นบ่าเพื่อพาไปทานอาหารเย็นด้านล่าง หากมันก็ยังดิ้นด๊อกแด๊กไปมาบนไหล่
“รู้แล้วๆ เดี๋ยวเราจะทานพร้อมกันน่า” ว่าพลางฉากหัวหลบศอกน้อยๆนั่นเป็นจังหวะจะโคน “เดี๋ยวพ่อพาลูกลงไปก่อนไง แล้วค่อยมาพาพี่ชายลงไปตาม”
ปุ่!
เศษกระดาษที่ถูกปามากระทบหลังทำให้สึนะหันไปมอง
“.........” เจ้าเด็กวัย 9 ขวบใช้หางตามองให้อีกฝ่ายก้มเก็บกระดาษยู่ยี่นั่น จัดการสะบัดรังดักแด้ทิ้งด้วยความกริ้ว ก่อนจะลุกพวดขึ้นจากเตียงเดินผ่านเจ้าของบ้านสองตัวราวกับพวกมันเป็นอ๊อกซิเจน (อากาศ)
“อ่ะ นี่.....!?” เห็นร่างมินิที่เดินดุ่ยๆลงบันไดไปแล้วก็ถอนหายใจเฮือก รู้สึกว่ากิริยาแบบนั้นมันคุ้นตาชอบกล หากก่อนที่จะได้เดินตามมันลงไป เคียวยะตัวน้อยที่อยู่บนไหล่ก็ดึงกระดาษยู่ยี่ในมือให้คลี่ออก แล้วประโยคที่ปรากฏอยู่ในนั้นก็ทำให้สองพ่อลูกหันมามองหน้ากัน
[ขอบคุณสำหรับที่อยู่ ขอรบกวนด้วยนับจากนี้ไป]
ก็แค่สงสัยในชื่อของเจ้าหนูนั่น....ก็เท่านั้น
...................
.........................ว่าแต่
“สึนะ”
“หือม์?”
“แล้วสรุปพี่ชายชื่ออะไรกันอ่ะ?”
“.........” ถามมีประเด็น ทำเป็นเก๊กแต่สุดท้ายข้อมูลสำคัญทุกอย่างก็ดันลืมให้เขาสินะไอ้เด็กเวลล์~ “....เรียกกันดั้มไปก็แล้วกัน”
และแล้วสมาชิกคนที่สามแห่งบ้านซาวาดะนาม พี่ชายกันดั้ม (ไม่ทราบรุ่น) ก็ได้มาจุติที่นี่ด้วยเหตุฉะนี้แล
TBC.
::คุย คุย คุย::
>>>เทศกาลอัพหนึ่งตอนได้หนึ่งล้าน แกว๊กกกกก 555555555+ โปรดอย่าถามว่าทำไมเดี๊ยนถึงได้คลอดออกมาช๊า~ช้า~ เพราะมันไม่มีสาเหตุอะไรเลย งิงิ (แอ๊บวันละนิดจิตแจ่มใส งิงิงิ XD ) <<จะเอาอีกกี่ งิ วะ?
>>>ถึงจะช้า แต่พอลงมือแต่งแล้วเร็วเกินห้ามใจมาก ประโยคแต่ละประโยคไหลลื่นประดุจดั่งมีน้ำมันพืชชโลมมือ อนึ่งว่า เรื่องรั่วๆนี่ช่างสปาร์คใจเดี๊ยนเหลือเกิ๊นนนน
>>>ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมหมู่นี้เดี๊ยนถึงไม่แทนตัวเองว่าโชแล้ว XD แหม~ก็รู้สึกว่าเลือดกระเทยถึกในกายมันแผ่ซ่าน หลังจากเห็นพี่เคนในรถไฟฟ้าฯนี่น่า~ (ถึงเดี๊ยนจะยังสะสมแต้มไม่พอจะไปดูในโรงก็ตาม //กรีดมือซับน้ำตา)
>>>แผงอกละลายแม่ยกรุนแรง แม่เจ้า... พลังชะนีแผ่ซ่านระดับสามสิบขุมนรกกกกกก กี๊ซซซซซซซซซ
>>>อ่ะ...เดี๊ยนโผล่ เดอะ นอ ออกมากพอแระ มาตอบเม้นต์กันดีกว่า (ได้ข่าวว่าไม่ได้ทำมาชาติเศษ ถ้าเดี๊ยนทำอะไรให้คนอ่านที่เลิฟๆไม่พอใจ กรุณาติดต่อจนท.สวนสัตว์ดุสิตให้ลากกลับไปได๋เรยนะฮร้า~~ >w< )
::ตอบเม้นท์อ่ะฮร้า::
#1 By [AyaFee] ♥ [Byanism] on 2009-10-16 13:09
มันกลับเข้าดงดอกรักไปอยู่ในมวลแมกไม้พฤกษาแล้วไงล่ะเมิง แกว๊กกกก 5555555555 หล่อเลวเรียกน้ำหมากครบเซ็ตให้เมิงแต่งไป ส่วนกรุขออยู่วงนอก สโตรกห่างๆอย่างห่วงๆดีกว่า
จากอนึ่งของเมิง กุก้อเข้าใจว่างั้นเหมือนกันว่ะ llllOTL
ปล.ตุ๊กตุ่นฟางของเมิงฤทธิ์ไม่แรงพอจะทำให้กรุเจ็บได้ร้อกกกกก 5555555 แน่จริงเสกควายธนูสิยะ ดวกกกกกกกก
#2 By derick on 2009-10-16 13:23
ไม่หรอกไอ้ลิง เมิงอยู่ในแดนเนรมิตต่างหาก //ตบให้คายดีคอลเจนออกมา
#3 By Nishi_eldar on 2009-10-16 13:24
เริ่ดค่ะคุณน้องแอม คุณน้องเข้าใจถึงศิลปะของพี่แล้วชิมิคะ? ว่าแต่เจอกันงานมังงะเลยนะเอ็ง เคร้ๆๆ
#4 By ต้นปาล์ม on 2009-10-16 13:29
โชก็รักท่านปาล์มที่สรูดดดดดดดด ดีใจจังเลยที่ท่านปาล์มยังตามอ่านต่อด้วย
ปล.แม้สิ้นรัก แต่สวาทมันตัดกันไม่ขาดนะเคอะ เคะๆๆๆ
#5 By Hitsugaya~kun on 2009-10-16 14:38
เพราะเฮียแกกลายเป็นโคนันจริงๆค่ะ (อุ่ย...ผิดเรื่อง) ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคร้า~ มาให้พี่หม่ำๆหน่อยมะ อิอิ
#6 By roseline (110.164.2.83) on 2009-10-16 15:52
กอดท่านโรส โอ้วเย้ ดีใจจังเลยที่ท่านโรสยังตามอ่านเรื่องของโชอยู่ //กรีดมือซับน้ำตา ไม่นานอัพจริงๆนะฮร้า~ แค่อาทิตย์นึงอัพหนนึงเอง 55555555555555
ปล.เรื่องนี้ไม่มีแปลกฮร้า~ แต่ถ้าเสื่อมอ่ะ...กระจาย เคร้ๆๆๆ
#7 By Mukkuk on 2009-10-16 16:32
กลับเผ่าของเมิงไปเลยป่ะ //เตะๆๆๆ
#8 By ruk21us on 2009-10-16 17:08
ไอ้มุก...มาลากเจ๊ไปด้วยเด๊ะ!!!
#9 By kanonloli....โชเน็นไอบันไซ on 2009-10-16 20:44
แต่ถึงนัทจะติ่งหู พี่ก็รักนัทนะ (นัท :: อ้วก ขาก ถุย) เอ็งเป็น M อย่าไม่ต้องปิดบังเลยแหละ 5555555555555
ปล.วาดอะไรมาเซ่นพี่ต่อมั่งดิ //ยิ้มเลว
#10 By aleceae on 2009-10-16 22:00
เนี่ยยยยยยยย แฟนพันธุ์แท้โชจริงๆด้วย (เพราะเคยเห็นพล็อตเดิม กร๊ากกกก หลักฐานที่ไม่น่าจดจำเลย OTL) ขอกอดแล้วจุบุจุบุหน่อยได้มั้ยคะ? >/////< เจ้าของมีดบินเฉลยแล้ว แต่คนบงการยังอยู่ภายใต้ซอกลืบของเล็บ อิอิ
นั่นสิคะ...ทำไมสึนะถึงได้ทำแบบนั้นล่ะ!!!
ชิเหม่โจไต๋ ล่อลวงให้ท่าน aleceae ตามอ่านต่อ
#11 By YokeK.N. on 2009-10-16 22:06
กอดท่านหยก ไว้มีคนจองเกิน 10 แล้วเมื่อไหร่ โชจะจัดทำให้ทันทีเลยนะฮร้า~~ ปล.งานจั๊มป์ไม่ได้ไป ชิส์
#12 By lAtEsHiO on 2009-10-16 22:34
อ๊า...อ่า....โอ้ววววว กลับมาจริงๆค่ะ 555555555 เอาตอนต่อไปมาให้ขำกันต่อแล้ว ขอบคุณท่าน lAtEsHiO ที่ติดตามนะคร้า~~! >w< ภาวะโลก...เลิฟยูวววว ฮู้ฮู
#13 By melody in the world of the tale on 2009-10-17 00:48
เมิงกลับอาณาจักรเมเม่ ณ ดาวส้วมไปเลยป่ะ //เตะกลับตามไอ้มุก
#14 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-10-17 09:26
จูบท่านโจอี้ให้ตื่นจากนิทรา 5555555555555 รายงานสู้ๆค่า~ >.<
#15 By Kukuri~~~ on 2009-10-17 16:19
คุคุริจางงงงงงง อาคุงกินเท่ห์ชิมิๆๆๆ >/////< ผิดไหมเนี่ยที่ดีใจที่มีคนชอบเฮด กร๊ากกกกก
#16 By ❤ ' C O n x : ) on 2009-10-17 16:22
สุดท้ายโชคชะตาก็ทำให้รุ้งกะพี่ไม่ได้เจอกัน orz
#17 By ~Kumi~ on 2009-10-18 10:18
คุมิ...แม่น้ำฮวงโหตื้นไปมั้ย? พี่ว่าเอาร่องน้ำมาเรียน่าดีกว่านะ //ตบตีๆๆๆ
พี่สมควรดีใจมั้ยเนี่ยห๋าาาาาาาา //อับอาย
เอาวะ รับผิดชอบใบหน้าที่บอบบางของพี่ด้วยการมาอ่านต่อซะดีๆ เคร้ๆๆๆๆ
ว่าแต่โปรเจ็คสำมะเหร็ดยังอ่ะน่ะ?? รักษาสุขภาพด้วยนะเรา >.<
ปล.คุณกินหล่อชิมิๆๆๆ
#19 By [ Lucifer*Z ] on 2009-10-18 17:15
อลังการชิมิเคอะ? ยกความดีความชอบให้กะน้อง kanonloli เลยค่ะ อิอิ ขอบคุณที่แอดนะคะ ว่างๆมาอ่านเน้อ~ >3<
#20 By Urius (125.24.56.172) on 2009-10-20 11:13
เอ่อ...อ่า...พล็อตเดิมโชลงแม่น้ำฮวงโหตามแหวนไปแล้วค่ะท่านยู orz ดูเหมือนไม่โตแต่ที่จริงแล้วเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่เลยนะคะ (ตรงไหน? XD ) โชขอสาบานด้วยเกียรติของอดีตเกรียนนารี เอ๊ย เนตรนารีเลยค่ะว่า มันเป็น 1827 ไปจนกว่าจะรั่วกันตายไปข้างนึงเลยยยยย โอ้วววววว
รักท่านยูววววววววววว
#21 By Omi on 2009-10-21 21:51
มิใช่นะคะน้องโอ มันบ่ได้จบ แต่พี่ต้องเปลี่ยนพล็อตเพราะเวลาแต่งพล็อตใหญ่ๆแบบนั้นมานไม่มี
//ปิดหน้าร้องไห้กระโดดคอนโดลงมาทับหมาตาย
หรืออีกนัยหนึ่ง แต่งไปแต่งมาแล้วพาลจะเอาพล็อตดราม่ากลายเป็นเรื้อนกระจุย ก็เลย..แบบแว่...กลายเป็นเห็ดงอกมาอีกเรื่องอย่างที่เห็น OTL
ส่วนเรื่องนี้จะเป็นตอนต่อจากเล่มแรกค่ะ (งงมั้ย? พี่ขอโต้ดดดดดดดดดด)
ปล.มาเฟียยังอยู่นะจ๊ะ แต่ตอนนี้ขอเรื้อนๆกะอีคู่นี้ก่อน อุ่ก....ไหดองอันนี้ช่างแทงใจนัก
ปปล.พี่โชก็แอบคิดถึงน้องโออยู่ข้างเสาเหมือนกัน งิงิ >..<
ปปปล.น้องโอเป็นโซโกะที่เร้าใจพี่ม้ากกกกกกกกกกกกก S โดนนนนน โอ๊ยเริ่ดดดดดดด (อุ่ย...ชะนีออก )
#22 By saoroon on 2009-10-24 20:31
แต่โชคิดถึงท่าน saoroon มากกว่าอีกนะคะ (เสียงอ้วกดังรำไร) ขอบคุณที่ติดตามนะคร้า~~~ >w<